กำแพงแสน....ที่รัก
posted on 01 Jun 2009 16:45 by manitpnr
พักตรงนี้...
กำแพงแสน ...ที่รัก
4 กันยนยา
ฝนตกยามเย็น
ทำให้ไปไหนๆ ไม่ได้
ยิ่งความมืดเข้าปกคลุม
ทำให้บรรยากาศวันศุกร์ที่เงียบอยู่แล้ว
ยิ่งเหงากันเข้าไปใหญ่
กำแพงแสน
เพื่อน ผมเวลานี้
มีเพียงความว่างเปล่า
ที่มองไปทางไหน
ก็มีแค่ตัวผมเอง
คนเดียว
......................
สิงหาคม
อากาศเริ่มร้อนอบอ้าว
ในหน้าฝนแบบนี้
ต้นไม้ข้างทางก็ยังมีใบสีเขียวสดอยู่
บางต้นก็เริ่มออกดอกอ่อนๆ
ลมพัดผ่านเบาๆ บางกิ่งลู่ไหวตามลมไปมา
เหงา เนอะ
........................................
ผมตัดสินใจไปส่งเอกสารบางอย่างที่บางเขน วันนี้...
รถออก ขณะที่มีเพียงผมคนเดียวเท่านั้น ....เอ...แล้วมันจะคุ้มสำหรับเขาไหมนะ
เขาพาผมมาจอดหน้าม. .ตามปกติ..สัก 10 นาทีผ่านไป ก็ยังไม่มีใครมา...
สักพัก เจ้าของรถก็มาเปิดประตู..แล้วบอกผมว่า เขาวิ่งไม่ไหว ให้ลงมารอคันหลังสักพัก
ไม่ว่ากันครับ .....ผมเองก็ไม่ค่อยสบายใจนัก...ถ้าเจายังจะไปต่อ...
เพราะถึงจะเป็นไปตามคิว เป็นไปตามหน้าที่
แต่ในความเป็นจริง เงินแค่ 80 บาทจะเติมน้ำมันแล้ววิ่งไปได้ใกลถึงไหนกันเชียว ต่อให้เติมแกสก็เถอะ
แป๊บเดียวรถคันต่อไปก็มาจอดเทียบ
"คันนี้ ออกแน่นอนครับ"
เสียงใครบางคนแถวนั้นตะโกนมา
ได้ไปสมใจซะทีครับ
......
ส่งเอกสารเรียบร้อยแล้วครับ
ก็ออกมาแลกบัตรคืนตามปกติ
เดินและมองหามอตะไซซักคัน เพื่อจะกลับไปขึ้นรถกลับกำแพงแสน
มาพอดีครับ วินเสื้อเขียว
ผมนั่งยังไม่ทันได้เข้าที่ดี
พี่วินแกก็เล่นสาธยายปัญหาชีวิตของแกให้ผมฟัง
เออ...ขับมอตะไซคุยกันเนี่ยนะ ..คงได้ยินชัดเจนอ่ะ..
แต่ผมก็จับใจความ ได้ว่า..
แกไปทวงเงินให้ไฟแน๊น ครับ เพราะไปเซ็นค้ำประกันออกรถให้คนอื่น แล้วเขาดันไม่ส่งเงิน
เดือดร้อนสิครับ เมื่อไฟแน๊นตามกับคนเซ็นสัญญาไม่ได้ ก็ต้องเอากับคนค้ำต่อ นี่แหล่ะ
ไปหวังดีกับเขา รถก็ไม่ได้ใช้กะเขา ยังต้องมาเดือดร้อนแทนเขาอีก
แล้วเขาก็สาธยายไปเรื่อย ยันติดแล๊กลง แบล๊กลิสต์ ซื้อซิมรายเดือนไม่ได้ ว่าไปถึงโน่น
ผมก็เออ ออ ห่อหมกไป เพราะไม่รู้ว่าจะปลอบโยนคนที่กำลังเป็นทุกข์แบบนี้ให้สบายใจได้อย่างไร
จนมาถึงที่หมายพอดี ผมควักแบงค์ยี่สิบให้ "ไม่ต้องทอนนะครับ"
บางทีเงินเล็กๆน้อยๆ อาจทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้บ้างสักนิด
ชีวิตจะได้ไม่ต้องเจอแต่เรื่องร้ายมากนัก
ถึงจะดีแค่ 0.1% ก็ยังดีกว่าไม่มีเเลยอ่าคับ
.......
แวะกินข้าวที่ TOP แล้วก็ออกมาขึ้นรถ
กำลังจะถึงรถ แระ
คนในรถก็ลุกกันออกไปขึ้นรถอีกคัน
ผมเรยต้องตามไปครับ สงสัยคนน้อยอีกตามเคย
เก่าครับ รถเล็กกว่าเดิม และเก่า
จำไม่ผิดแน่นอนว่า ลักษณะรถแบบนี้ใช้วิ่งสายปิ่นเกล้าแน่ๆ แต่คงเอามาวิ่งให้เพราะว่าคันมันเล็ก
คงกินน้ำมันน้อยกว่าหล่ะมั๊ง
อ่ะ ...ไม่ว่ากัน...
สักพัก ก็เต็มรถแล้วครับ...10 คน
ผมก็หลับมาเรื่อย มารู้สึกตัวอีกที ตอนแอร์ดับครับ ร้อนอ่ะ
ผมรีบเปิดกระจกด้านข้างครับ รถกำลังเลี้ยวเข้าปั๊มพอดี รู้ทันทีเรยว่า แอร์เสีย...
จริงๆ ซะด้วย....
ทุกคนก็ลงจากรถด้วยอาการ งง งง เล็กน้อย
บางคนถึงขนาดไม่พอใจอย่างแรง มีโวยY โวยX โวยZ กันเล็กน้อย
รถน้ำเทศบาลสีแดงเขียน ข้างรถว่า "เทศบาลไทรน้อย" วิ่งเข้ามาในปั๊มพอดี
ถึงไทรน้อย นี่เอง....
คุณลุงที่ขับรถ อายุคงจะเกิน 60 มาซักหน่อยแล้วหล่ะครับ
แกก็พยายามหาเหตุผลต่างๆมาอธิบายมาให้ผู้โดยสารได้เข้าใจอ่าคับ
ผมพยายามทำสีหน้าแบบเข้าใจครับ
ขอบคุณมากที่ลุงไม่วิ่งต่อ เพราะไม่งั้น ผมคงจะเปียกซก ปานอยู่ในซาวน่าแน่ๆ
แต่ออกมาก็ร้อนพอกันครับ เพราะมันเป็นช่วงเที่ยง
นักศึกษา 2-3 คน ก็คงกดดันเล็กน้อย เพราะมีเรียนต่อด้วย
น่าสงสารแกนะ ผมว่า
แกก็คงรู้สึกแย่ไม่ได้ดีไปกว่าพวกเราหรอกครับ
ไหนจะรถเสีย ต้องเอาไปซ๋อม เสียเงิน
ไหนจะต้องโทรให้รถคันอื่นมารับแทน (อันนี้เสียมากกว่าครับ "ความน่าเชื่อถือของรถ")
ไหนจะเสียหน้ากับลูกค้าที่ไม่ค่อยพอใจ
สำหรับผม...อยากเข้าไปบอกแกเหลือเกินครับ
ผมไม่เป็นไร นะ
แอร์เสีย มันก็ยังดีกว่ายางแตก หม้อน้ำระเบิด แก๊สรั่ว หรืออุบัติเหตุใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้มากมายกว่านี้
และเจ็บกว่านี้
ผมยืนรอประมาณ ครึ่งชั่วโมงครับ ร้อนครับ ร้อน
รถคันใหม่ก็มา
ใหญ่กว่า ใหม่กว่า จุได้มากกว่า
แต่สิ่งที่ผมเห็น มันสะเทือนใจผมมากมายกว่าที่จะรู้สึกเย็นสบาย....
คุณลุงวัยชรา ต้องควักเงินออกมานับให้กับเจ้าของรถคันใหม่นี้
1..2..3..4..5..ส่ายหน้าครับ..ถูกปฏิเสธ
นับใหม่ราวๆ 600 ครับ แกนับ 2 รอบ (ผมแอบช่วยแกนับผ่านกระจกรถหน่ะ)
ผมลองคำนวณเล่นๆ นะ
ได้มา 800 บาทขับมาจากบางเขนระยะทางประมาณ 90 โลมั๊ง
อีก 35 โลถึง กำแพงแสน
ต้องจ่าย 600 เพื่อเป็นค่าถ่ายรถ
ไม่ต้องคิดต่อแล้วครับ
ผมนึกว่าวันนี้เป็นวันซวยของผมนะทีแรก
แต่คนที่ซวย มันย่อมต้องมีเหนือซวย นั่นคือ "ซวยมากกว่า"
แกเก็บเงินที่เหลือเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วทำหน้าอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
อยากรู้ว่าสีหน้านี้เป็นอย่างไร
พบเจอได้ในตัวละครในหนังที่เขาแสดงความรู้สึก "เศร้าสร้อยกับโชคชะตา"
(ที่แสดงได้สมจริงนะครับ เพราะภาพนี้ คือชีวิตจริงๆ)
ผมถึงบอก ว่ามันสะเทือนใจสำหรับผม
แกเอามือลูปหัวตัวเอง ส่ายหัว แล้วเดินกลับไปที่รถของแก
วันนี้ แกก็คงขับรถร้อนๆ ของแก ไปหาร้านซ่อมรถ เสียตังค์
กลับบ้าน ไม่มีเงินในเที่ยวนี้ (ซึ่งวันนี้อาจจะได้เที่ยวนี้ เที่ยวเดียว)
ไม่ต้องนึกต่อแล้วหล่ะครับ ว่าแกจะเสียค่าซ่อมไปเท่าไร
แกจะมีหนี้สินเท่าไร มีลูกกี่คนต้องเลี้ยง
มีภาระทางครอบครัวอะไรอื่นๆอีกมั๊ย
เพราะผมจะซวยกว่าแกแน่ๆ ถ้าวันนี้...
ผมทำงานของผมเอง ไม่เสร็จตามเป้าหมาย
"การให้อภัยกันเป็นเรื่องสำคัญครับ"
เราอย่าคิดว่าตัวเราเองแย่
เพราะยังมีคนอื่นๆอีกมากมาย ไม่ใช่มีแค่เรา
เหนือแย่ ก็ยังมีแย่กว่า ครับ
..................25 มิ.ย. 52.............................
.
สองมือ สองไม้
ลงมือ ลงแรง ช่วยกัน
ขันแข็ง....
หลากหลาย ความคิด รวมกัน
สร้างงาน สร้างคน สร้างสังคม...
ชายคา...บ้านหลังน้อย
ต้นหูกวาง ร่มเงา ไม้ใหญ่
สวนเล็ก..เล็ก..
โต๊ะม้าหินอ่อน
เสียงจั๊กจั่น ร้องระงม
ชมรม...เอย
............................................................................................
กักขัง เหนี่ยวรั้ง
ปิดกั้น
ตัวเอง กับ ความคิด
ลอง
เปิดใจ ปล่อยใจ ให้ล่องลอย
มองดู
ต้นไม้ ทุ่งหญ้า ท้องฟ้า
ยอมรับ
แดดร้อน พายุฝน ลมแรง ขวากหนาม
อ้อมกอด ธรรมชาติ งดงาม
ไม่ทุกข์ร้อน กับเหตุการณ์
ไม่เดินตาม ความคิดใคร
.............................................................................................
เมฆ ท้องฟ้า สดใส
ล่องลอย มาจากไหน
ขาวใส เย็นใจ
.................................................................................
ทดลอง ทดสอบ
ค้นคว้า ไขปัญหา
วันแล้ว วันเล่า
รุ่นแล้ว รุ่นเล่า
......................... ............
edit @ 9 Jun 2009 14:46:46 by เอ
edit @ 25 Jun 2009 14:46:41 by เอ
edit @ 30 Jun 2009 11:04:16 by เอ
edit @ 15 Jul 2009 11:54:21 by เอ
edit @ 16 Jul 2009 13:14:52 by เอ
edit @ 7 Aug 2009 15:28:58 by เอ
edit @ 21 Aug 2009 13:20:48 by เอ
edit @ 4 Sep 2009 19:59:47 by เอ